รีวิว Binance 2026: ค่าธรรมเนียม ความปลอดภัย และเหมาะกับใครบ้าง?

30 วินาที สรุปประเด็นสำคัญ

  • เว็บเทรดอันดับ 1 ของโลก: Binance คือกระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก รองรับเหรียญมากกว่า 350 สกุล สภาพคล่องสูงมากทำให้ซื้อขายได้ราคาดีแทบทุกช่วงเวลา ค่าธรรมเนียม Spot เริ่มต้นเพียง 0.1% และลดเหลือ 0.075% เมื่อจ่ายด้วยเหรียญ BNB ซึ่งถูกกว่าเว็บเทรดไทยส่วนใหญ่อย่างชัดเจน
  • จุดเด่นสำหรับคนไทย: ระบบ P2P รองรับเงินบาทโดยตรง โอนผ่านธนาคารไทยหรือพร้อมเพย์ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก แอปมีภาษาไทยครบ ใช้งานง่ายทั้งมือใหม่และสายเทรดจริงจัง แถมมีฟีเจอร์ครบที่สุดในตลาด ทั้ง Futures, Earn, Launchpool และ Copy Trading
  • ข้อควรรู้ก่อนสมัคร: Binance Global ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทย (ในไทยมี Binance TH ที่เป็นคนละแพลตฟอร์มกัน) ผู้ใช้จึงควรเข้าใจความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล และคริปโตทุกตัวมีความผันผวนสูง ควรลงทุนด้วยเงินที่พร้อมรับความเสี่ยงเท่านั้น
ภาพประกอบรีวิว Binance เว็บเทรดคริปโตอันดับ 1 ของโลก พร้อมกราฟเทรดบนมือถือและเหรียญคริปโต

Binance คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเว็บเทรดที่คนทั่วโลกใช้มากที่สุด

Binance ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็ก้าวขึ้นมาเป็นกระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก จนถึงวันนี้ก็ยังครองตำแหน่งนั้นอยู่ ด้วยจำนวนผู้ใช้หลายร้อยล้านบัญชีทั่วโลก เหตุผลหลักที่คนเลือก Binance คือ สภาพคล่อง (Liquidity) ที่สูงที่สุดในตลาด ซึ่งแปลว่าเวลาคุณซื้อหรือขาย ราคาที่ได้จะใกล้เคียงราคาตลาดจริงมากที่สุด สเปรดแคบ และไม่ต้องกลัวคำสั่งไม่ถูกจับคู่แม้ในช่วงตลาดผันผวนแรง

สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย Binance เป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะรองรับการฝากเงินบาทผ่านระบบ P2P โดยตรง มีแอปภาษาไทยเต็มรูปแบบ และมีเหรียญให้เลือกเทรดมากกว่าเว็บเทรดในประเทศหลายเท่าตัว หากคุณกำลังศึกษาเหรียญใหม่ ๆ ที่เพิ่งเป็นกระแส ลองดูบทวิเคราะห์ในหมวดวิเคราะห์เหรียญของเราประกอบได้เลย เพราะเหรียญส่วนใหญ่ที่เราวิเคราะห์สามารถหาซื้อได้บน Binance

ค่าธรรมเนียม Binance ปี 2026: ถูกแค่ไหนเมื่อเทียบกับที่อื่น

ค่าธรรมเนียมคือจุดที่ Binance ได้เปรียบชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเว็บเทรดไทยที่มักคิดประมาณ 0.25% ต่อรายการ

ประเภท ค่าธรรมเนียม หมายเหตุ
Spot (ซื้อขายปกติ) 0.1% (Maker/Taker) ลดเหลือ 0.075% เมื่อจ่ายด้วย BNB
Futures (USDⓈ-M) ~0.02% Maker / 0.05% Taker ลดเพิ่มได้ตามระดับ VIP
ฝากคริปโต ฟรี ทุกเหรียญ
ซื้อขายผ่าน P2P (เงินบาท) ฟรี โอนธนาคาร / พร้อมเพย์
ถอนคริปโต ตามค่าเครือข่าย เลือกเครือข่ายถูก เช่น BEP-20 ได้

เคล็ดลับ: แค่เปิดตัวเลือก “จ่ายค่าธรรมเนียมด้วย BNB” ในหน้าตั้งค่า คุณก็ประหยัดไป 25% ทันทีทุกออเดอร์ ถือเป็นการตั้งค่าแรกที่ควรทำหลังสมัครเสร็จ

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ Binance ครบเครื่องที่สุด

  • Spot มากกว่า 350 เหรียญ: ตั้งแต่ Bitcoin, Ethereum ไปจนถึงเหรียญ Altcoin และเหรียญใหม่จาก Launchpool
  • P2P เงินบาท: ซื้อ USDT ด้วยเงินบาทจากผู้ขายที่ผ่านการยืนยันตัวตน โอนผ่านแอปธนาคารไทยได้เลย ระบบล็อกเหรียญไว้ให้จนกว่าการโอนจะสำเร็จ
  • Binance Earn: ฝากเหรียญรับผลตอบแทนทั้งแบบยืดหยุ่นและล็อกระยะเวลา เหมาะกับคนถือยาวที่อยากให้เหรียญทำงาน
  • Futures และ Margin: เครื่องมือสำหรับสายเทรดที่ต้องการเปิดสถานะทั้งขาขึ้นและขาลง (ความเสี่ยงสูง ควรศึกษาก่อนใช้)
  • Copy Trading: เลือกเทรดเดอร์ที่มีสถิติดีแล้วให้ระบบเทรดตามอัตโนมัติ
  • Launchpool / Megadrop: ถือ BNB หรือ USDT เพื่อรับเหรียญใหม่ก่อนเข้าตลาด เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนถือ BNB ระยะยาว

ความปลอดภัยของ Binance: เชื่อถือได้แค่ไหน

Binance มีระบบความปลอดภัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แก่ กองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) มูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ที่กันไว้ชดเชยผู้ใช้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน, ระบบ Proof of Reserves ที่เปิดให้ตรวจสอบได้ว่าบริษัทถือสินทรัพย์จริงครบตามยอดของผู้ใช้ และเครื่องมือความปลอดภัยฝั่งผู้ใช้ครบทั้ง 2FA, Passkey, รายการที่อยู่ถอนที่อนุญาต (Whitelist) และการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์ใหม่

อย่างไรก็ตาม ไม่มีแพลตฟอร์มใดปลอดภัย 100% หลักการที่ดีคือเก็บเหรียญจำนวนมากที่ไม่ได้เทรดไว้ใน Cold Wallet ส่วนตัว และเปิดใช้ 2FA เสมอ

Binance Global กับ Binance TH ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสองแพลตฟอร์มนี้ สรุปง่าย ๆ คือ

  • Binance TH (binance.th): ดำเนินการโดย Gulf Binance ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ฝาก-ถอนเงินบาทได้โดยตรงผ่านธนาคาร แต่มีเหรียญให้เทรดน้อยกว่ามากและไม่มีฟีเจอร์อย่าง Futures, Earn หรือ Launchpool
  • Binance Global (binance.com): แพลตฟอร์มหลักระดับโลกที่รีวิวในบทความนี้ เหรียญและฟีเจอร์ครบที่สุด ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย การฝากเงินบาททำผ่าน P2P

ถ้าคุณต้องการความอุ่นใจเรื่องการกำกับดูแลในประเทศและเทรดแค่เหรียญหลัก Binance TH ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการเครื่องมือครบ เหรียญเยอะ และค่าธรรมเนียมต่ำ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือก Binance Global

ข้อดี-ข้อเสียของ Binance

ข้อดี

  • สภาพคล่องสูงสุดในโลก ซื้อขายได้ราคาดี สเปรดแคบ
  • ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเว็บเทรดไทยอย่างชัดเจน (0.1% เทียบกับ ~0.25%)
  • เหรียญและฟีเจอร์ครบที่สุด ตั้งแต่มือใหม่จนถึงมือโปร
  • P2P รองรับเงินบาทและพร้อมเพย์ แอปมีภาษาไทย
  • ระบบความปลอดภัยและกองทุน SAFU ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายวิกฤต

ข้อเสีย

  • ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาต ก.ล.ต. ไทย ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านกำกับดูแลเอง
  • ฟีเจอร์เยอะมากจนมือใหม่อาจรู้สึกซับซ้อนในช่วงแรก
  • การฝากเงินบาทผ่าน P2P มีขั้นตอนมากกว่าโอนตรงเล็กน้อย

วิธีสมัคร Binance ทีละขั้นตอน (ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที)

  1. เข้าหน้าสมัครผ่านลิงก์ สมัคร Binance ที่นี่ เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดค่าธรรมเนียมจากลิงก์แนะนำของเรา
  2. สมัครด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ แล้วตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก
  3. ยืนยันตัวตน (KYC) ด้วยบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ถ่ายเซลฟี่ตามขั้นตอน โดยปกติอนุมัติภายในไม่กี่นาที
  4. เปิดใช้งาน 2FA (Google Authenticator หรือ Passkey) ก่อนฝากเงินเสมอ
  5. ฝากเงินครั้งแรกผ่าน P2P: ซื้อ USDT ด้วยเงินบาท เลือกผู้ขายที่มียอดทำรายการสูงและรีวิวดี จากนั้นก็เริ่มเทรดได้เลย

👉 สมัคร Binance รับส่วนลดค่าธรรมเนียม

ยังไม่แน่ใจว่า Binance เหมาะกับคุณไหม? อ่านคู่มือ วิธีเลือกเว็บเทรดคริปโตสำหรับมือใหม่ เพื่อเปรียบเทียบทุกตัวเลือกก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Binance ยังใช้ได้ในประเทศไทยไหม?

ใช้ได้ คนไทยสามารถสมัครและยืนยันตัวตนบน Binance Global ได้ตามปกติ และฝากเงินบาทผ่านระบบ P2P อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทย ผู้ใช้ควรเข้าใจความเสี่ยงนี้ก่อนตัดสินใจ

ฝากเงินบาทเข้า Binance ยังไง?

วิธีที่นิยมที่สุดคือ P2P Trading: เลือกซื้อ USDT ด้วย THB จากผู้ขายที่ผ่านการยืนยัน โอนเงินผ่านแอปธนาคารหรือพร้อมเพย์ แล้วระบบจะปล่อยเหรียญเข้าบัญชีของคุณ ทั้งกระบวนการมักเสร็จภายใน 5-15 นาที

ค่าธรรมเนียม Binance เท่าไหร่?

Spot อยู่ที่ 0.1% ต่อรายการ และลดเหลือ 0.075% เมื่อเปิดตัวเลือกจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย BNB ส่วน Futures เริ่มที่ประมาณ 0.02% (Maker) และ 0.05% (Taker)

Binance กับ Bitkub อันไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับความต้องการ: Bitkub ได้รับใบอนุญาตในไทยและฝากถอนเงินบาทตรงได้สะดวก แต่มีเหรียญน้อยกว่าและค่าธรรมเนียมสูงกว่า (ประมาณ 0.25%) ขณะที่ Binance มีเหรียญและฟีเจอร์มากกว่าหลายเท่า ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า และสภาพคล่องสูงกว่ามาก ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มควบคู่กัน

Binance ปลอดภัยไหม?

Binance มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของอุตสาหกรรม ทั้งกองทุน SAFU, Proof of Reserves และระบบ 2FA แต่เช่นเดียวกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่มีอะไรการันตี 100% ควรเปิด 2FA เสมอและเก็บเหรียญระยะยาวใน Cold Wallet

คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน บทความอาจมีลิงก์แนะนำ (Referral) ซึ่งเราอาจได้รับค่าตอบแทนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับผู้อ่าน

Crypto Viewport

นักวิเคราะห์ตลาดฟอเร็กซ์

ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนที่มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ผ่านทั้งช่วงตลาดกระทิงและตลาดหมีมาแล้วหลายรอบ
ผสานแนวคิดการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) เข้ากับวิสัยทัศน์ของการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เพื่อถ่ายทอดแนวคิด Web3 ที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และสร้างคุณค่าที่แท้จริงสำหรับนักลงทุน

ที่ Crypto Viewport เป้าหมายของผมชัดเจนมาก — ลด “เสียงรบกวน” ของตลาด ผ่านการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด ความโปร่งใส และการวิเคราะห์บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
เพื่อให้นักลงทุนสามารถก้าวเข้าสู่โลกการเงินแบบกระจายศูนย์ได้อย่างมั่นใจ ชัดเจน และมีข้อมูลรองรับทุกการตัดสินใจ