30 วินาที สรุปประเด็นสำคัญ
- เว็บเทรดอันดับ 1 ของโลก: Binance คือกระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก รองรับเหรียญมากกว่า 350 สกุล สภาพคล่องสูงมากทำให้ซื้อขายได้ราคาดีแทบทุกช่วงเวลา ค่าธรรมเนียม Spot เริ่มต้นเพียง 0.1% และลดเหลือ 0.075% เมื่อจ่ายด้วยเหรียญ BNB ซึ่งถูกกว่าเว็บเทรดไทยส่วนใหญ่อย่างชัดเจน
- จุดเด่นสำหรับคนไทย: ระบบ P2P รองรับเงินบาทโดยตรง โอนผ่านธนาคารไทยหรือพร้อมเพย์ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก แอปมีภาษาไทยครบ ใช้งานง่ายทั้งมือใหม่และสายเทรดจริงจัง แถมมีฟีเจอร์ครบที่สุดในตลาด ทั้ง Futures, Earn, Launchpool และ Copy Trading
- ข้อควรรู้ก่อนสมัคร: Binance Global ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทย (ในไทยมี Binance TH ที่เป็นคนละแพลตฟอร์มกัน) ผู้ใช้จึงควรเข้าใจความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล และคริปโตทุกตัวมีความผันผวนสูง ควรลงทุนด้วยเงินที่พร้อมรับความเสี่ยงเท่านั้น

Binance คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเว็บเทรดที่คนทั่วโลกใช้มากที่สุด
Binance ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็ก้าวขึ้นมาเป็นกระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก จนถึงวันนี้ก็ยังครองตำแหน่งนั้นอยู่ ด้วยจำนวนผู้ใช้หลายร้อยล้านบัญชีทั่วโลก เหตุผลหลักที่คนเลือก Binance คือ สภาพคล่อง (Liquidity) ที่สูงที่สุดในตลาด ซึ่งแปลว่าเวลาคุณซื้อหรือขาย ราคาที่ได้จะใกล้เคียงราคาตลาดจริงมากที่สุด สเปรดแคบ และไม่ต้องกลัวคำสั่งไม่ถูกจับคู่แม้ในช่วงตลาดผันผวนแรง
สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย Binance เป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะรองรับการฝากเงินบาทผ่านระบบ P2P โดยตรง มีแอปภาษาไทยเต็มรูปแบบ และมีเหรียญให้เลือกเทรดมากกว่าเว็บเทรดในประเทศหลายเท่าตัว หากคุณกำลังศึกษาเหรียญใหม่ ๆ ที่เพิ่งเป็นกระแส ลองดูบทวิเคราะห์ในหมวดวิเคราะห์เหรียญของเราประกอบได้เลย เพราะเหรียญส่วนใหญ่ที่เราวิเคราะห์สามารถหาซื้อได้บน Binance
ค่าธรรมเนียม Binance ปี 2026: ถูกแค่ไหนเมื่อเทียบกับที่อื่น
ค่าธรรมเนียมคือจุดที่ Binance ได้เปรียบชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเว็บเทรดไทยที่มักคิดประมาณ 0.25% ต่อรายการ
| ประเภท | ค่าธรรมเนียม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Spot (ซื้อขายปกติ) | 0.1% (Maker/Taker) | ลดเหลือ 0.075% เมื่อจ่ายด้วย BNB |
| Futures (USDⓈ-M) | ~0.02% Maker / 0.05% Taker | ลดเพิ่มได้ตามระดับ VIP |
| ฝากคริปโต | ฟรี | ทุกเหรียญ |
| ซื้อขายผ่าน P2P (เงินบาท) | ฟรี | โอนธนาคาร / พร้อมเพย์ |
| ถอนคริปโต | ตามค่าเครือข่าย | เลือกเครือข่ายถูก เช่น BEP-20 ได้ |
เคล็ดลับ: แค่เปิดตัวเลือก “จ่ายค่าธรรมเนียมด้วย BNB” ในหน้าตั้งค่า คุณก็ประหยัดไป 25% ทันทีทุกออเดอร์ ถือเป็นการตั้งค่าแรกที่ควรทำหลังสมัครเสร็จ
ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ Binance ครบเครื่องที่สุด
- Spot มากกว่า 350 เหรียญ: ตั้งแต่ Bitcoin, Ethereum ไปจนถึงเหรียญ Altcoin และเหรียญใหม่จาก Launchpool
- P2P เงินบาท: ซื้อ USDT ด้วยเงินบาทจากผู้ขายที่ผ่านการยืนยันตัวตน โอนผ่านแอปธนาคารไทยได้เลย ระบบล็อกเหรียญไว้ให้จนกว่าการโอนจะสำเร็จ
- Binance Earn: ฝากเหรียญรับผลตอบแทนทั้งแบบยืดหยุ่นและล็อกระยะเวลา เหมาะกับคนถือยาวที่อยากให้เหรียญทำงาน
- Futures และ Margin: เครื่องมือสำหรับสายเทรดที่ต้องการเปิดสถานะทั้งขาขึ้นและขาลง (ความเสี่ยงสูง ควรศึกษาก่อนใช้)
- Copy Trading: เลือกเทรดเดอร์ที่มีสถิติดีแล้วให้ระบบเทรดตามอัตโนมัติ
- Launchpool / Megadrop: ถือ BNB หรือ USDT เพื่อรับเหรียญใหม่ก่อนเข้าตลาด เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนถือ BNB ระยะยาว
ความปลอดภัยของ Binance: เชื่อถือได้แค่ไหน
Binance มีระบบความปลอดภัยระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แก่ กองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) มูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ที่กันไว้ชดเชยผู้ใช้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน, ระบบ Proof of Reserves ที่เปิดให้ตรวจสอบได้ว่าบริษัทถือสินทรัพย์จริงครบตามยอดของผู้ใช้ และเครื่องมือความปลอดภัยฝั่งผู้ใช้ครบทั้ง 2FA, Passkey, รายการที่อยู่ถอนที่อนุญาต (Whitelist) และการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ไม่มีแพลตฟอร์มใดปลอดภัย 100% หลักการที่ดีคือเก็บเหรียญจำนวนมากที่ไม่ได้เทรดไว้ใน Cold Wallet ส่วนตัว และเปิดใช้ 2FA เสมอ
Binance Global กับ Binance TH ต่างกันอย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างสองแพลตฟอร์มนี้ สรุปง่าย ๆ คือ
- Binance TH (binance.th): ดำเนินการโดย Gulf Binance ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ฝาก-ถอนเงินบาทได้โดยตรงผ่านธนาคาร แต่มีเหรียญให้เทรดน้อยกว่ามากและไม่มีฟีเจอร์อย่าง Futures, Earn หรือ Launchpool
- Binance Global (binance.com): แพลตฟอร์มหลักระดับโลกที่รีวิวในบทความนี้ เหรียญและฟีเจอร์ครบที่สุด ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย การฝากเงินบาททำผ่าน P2P
ถ้าคุณต้องการความอุ่นใจเรื่องการกำกับดูแลในประเทศและเทรดแค่เหรียญหลัก Binance TH ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการเครื่องมือครบ เหรียญเยอะ และค่าธรรมเนียมต่ำ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือก Binance Global
ข้อดี-ข้อเสียของ Binance
ข้อดี
- สภาพคล่องสูงสุดในโลก ซื้อขายได้ราคาดี สเปรดแคบ
- ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเว็บเทรดไทยอย่างชัดเจน (0.1% เทียบกับ ~0.25%)
- เหรียญและฟีเจอร์ครบที่สุด ตั้งแต่มือใหม่จนถึงมือโปร
- P2P รองรับเงินบาทและพร้อมเพย์ แอปมีภาษาไทย
- ระบบความปลอดภัยและกองทุน SAFU ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายวิกฤต
ข้อเสีย
- ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาต ก.ล.ต. ไทย ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านกำกับดูแลเอง
- ฟีเจอร์เยอะมากจนมือใหม่อาจรู้สึกซับซ้อนในช่วงแรก
- การฝากเงินบาทผ่าน P2P มีขั้นตอนมากกว่าโอนตรงเล็กน้อย
วิธีสมัคร Binance ทีละขั้นตอน (ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที)
- เข้าหน้าสมัครผ่านลิงก์ สมัคร Binance ที่นี่ เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดค่าธรรมเนียมจากลิงก์แนะนำของเรา
- สมัครด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ แล้วตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก
- ยืนยันตัวตน (KYC) ด้วยบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ถ่ายเซลฟี่ตามขั้นตอน โดยปกติอนุมัติภายในไม่กี่นาที
- เปิดใช้งาน 2FA (Google Authenticator หรือ Passkey) ก่อนฝากเงินเสมอ
- ฝากเงินครั้งแรกผ่าน P2P: ซื้อ USDT ด้วยเงินบาท เลือกผู้ขายที่มียอดทำรายการสูงและรีวิวดี จากนั้นก็เริ่มเทรดได้เลย
👉 สมัคร Binance รับส่วนลดค่าธรรมเนียม
ยังไม่แน่ใจว่า Binance เหมาะกับคุณไหม? อ่านคู่มือ วิธีเลือกเว็บเทรดคริปโตสำหรับมือใหม่ เพื่อเปรียบเทียบทุกตัวเลือกก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Binance ยังใช้ได้ในประเทศไทยไหม?
ใช้ได้ คนไทยสามารถสมัครและยืนยันตัวตนบน Binance Global ได้ตามปกติ และฝากเงินบาทผ่านระบบ P2P อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทย ผู้ใช้ควรเข้าใจความเสี่ยงนี้ก่อนตัดสินใจ
ฝากเงินบาทเข้า Binance ยังไง?
วิธีที่นิยมที่สุดคือ P2P Trading: เลือกซื้อ USDT ด้วย THB จากผู้ขายที่ผ่านการยืนยัน โอนเงินผ่านแอปธนาคารหรือพร้อมเพย์ แล้วระบบจะปล่อยเหรียญเข้าบัญชีของคุณ ทั้งกระบวนการมักเสร็จภายใน 5-15 นาที
ค่าธรรมเนียม Binance เท่าไหร่?
Spot อยู่ที่ 0.1% ต่อรายการ และลดเหลือ 0.075% เมื่อเปิดตัวเลือกจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย BNB ส่วน Futures เริ่มที่ประมาณ 0.02% (Maker) และ 0.05% (Taker)
Binance กับ Bitkub อันไหนดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับความต้องการ: Bitkub ได้รับใบอนุญาตในไทยและฝากถอนเงินบาทตรงได้สะดวก แต่มีเหรียญน้อยกว่าและค่าธรรมเนียมสูงกว่า (ประมาณ 0.25%) ขณะที่ Binance มีเหรียญและฟีเจอร์มากกว่าหลายเท่า ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า และสภาพคล่องสูงกว่ามาก ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มควบคู่กัน
Binance ปลอดภัยไหม?
Binance มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของอุตสาหกรรม ทั้งกองทุน SAFU, Proof of Reserves และระบบ 2FA แต่เช่นเดียวกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่มีอะไรการันตี 100% ควรเปิด 2FA เสมอและเก็บเหรียญระยะยาวใน Cold Wallet
คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน บทความอาจมีลิงก์แนะนำ (Referral) ซึ่งเราอาจได้รับค่าตอบแทนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับผู้อ่าน
